Showing posts with label Movie. Show all posts
Showing posts with label Movie. Show all posts
Spoiled

ทั้งสองเรื่องสำหรับเราเป็นหนังที่สื่อถึง "ความสัมพันธ์ของคน" เหมือนกัน

ความกลมกล่อมของหนัง เรื่องที่สองอาจสู้เรื่องแรกไม่ได้
แต่ในเรื่อง social responsibility เรื่องสองกินขาด
(อันนี้ทำให้พาลคิดว่า อายุมีส่วนเกี่ยวข้อง)


เราชอบเรื่องแรกมากๆ เป็นหนังที่ดูได้หลายรอบ รู้สึกอบอุ่น...



มีความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าที่กลายเป็นเพื่อน
ความสัมพันธ์ระ4หว่างชายหญิงที่ขาดๆ เกินๆ คู่หนึ่ง
ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กน้อย กับผู้ใหญ่
Keyword ของเรื่องสำหรับเราคือ 

"ความสัมพันธ์ของครอบครัว"

ชอบครอบครัวผิวสีมาก เป็นครอบครัวที่น่ารัก ชอบที่เค้าทำ "เพื่อกันและกัน" ได้จากใจ
โต้เถียง แสดงความคิดเห็น ยอมรับกันและกัน ห่วงใยกันและกัน

ฉากที่ประทับใจที่สุดคือฉากที่ cuba gooding jr. น็อค แล้วครอบครัวแทบจะหยุดหายใจตามไปด้วย
เฮ้ย...มันสุดยอด! นี่ละ spirit ของการเป็นครอบครัว เหมือนเค้าเป็นครอบครัวกันจริงๆ



















เรื่องที่สองเป็นอีกมิตินึงเลย
Keyword ของหนังสำหรับเรา คือ "ความรับผิดชอบ"
ทั้งที่องค์ประกอบของหนังก็คล้ายกัน

ความสัมพันธ์ของชายหญิงคู่นึง
ความสัมพันธ์ของลูกค้าที่แทบจะกลายเป็นลูก
ความสัมพันธ์ระหว่างคนแก่และคนยังไม่แก่ 
ความสัมพันธ์ระหว่างคนที่มีฝันแต่มีข้อจำกัด กับคนที่มีพรสวรรค์แต่ไม่เคยฝัน

และก็เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกว่า Human relationship is amazing! It's very precious 

เราชอบฉากที่อยู่อินเดีย โดยเฉพาะ...ตอนที่วิเวกพูดกับพระเอกว่า...

These boys from these villages, they don’t have these dreams.  
They don’t even leave their villages. 

So for them it’s life changing and for you a great responsibility.

จริง...คนเราเมื่อถึงจุดๆ นึง เราอาจจะคิดว่าทำเล่นๆ แต่กลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเราไปทั้งชีวิต

การที่มนุษย์เรามีความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน 

การที่เราใช้ความคิด มุมมองที่คนอื่นมีต่อเรามาสร้าง self concept ของเราเอง
ทำให้การทำอะไรต้องระมัดระวัง 

ถามว่าชอบสองเรื่องนี้ ถ้าให้เลือกดูซ้ำ จะเลือกเรื่องไหน .... 



เราดูหนังแขกบ่อยไปนะ ช่วงนี้ ... ^^"












สองเรื่องนี้ ชวนให้คิดว่า ...เค้าเลียนแบบกันป่าวอ่าาาา

พล๊อตคือการติดต่อกันทางตัวอักษร

จดหมาย และ ไดอารี่

โดยไม่เห็นหน้า และเจอกันแค่ครั้งเดียว ตลอดเรื่องเหมือนกัน

แต่สองคนรับรู้ว่า ตนนั้น "รู้จักกัน"

แถมด้วยคำโปรย....

"Can you fall in love with someone you haven't met?"

"เป็นไปได้มั้ย ที่เราจะรัก คนที่ไม่เคยเจอ"

ลอกกันชัดๆ ! (ล้อเล่นนนน)


เรื่องคิดถึงวิทยา .... ชอบสไตล์การเล่าเรื่องของคนสองคน ชอบอารมณ์ของคนสองคน ชอบการเขียนบทของทีมเขียนบท GTH ทำได้ดีนะ

ทำเอาคิดถึงตอนฝึกสอน นึกถึงลูกศิษย์ที่...ตอนนี้ อายุเท่ารุ่นน้องที่ทำงาน
ขนาดครูแอนยังได้เป็นครู บางคนไม่แรงขนาดนั้นยังไม่มีใครรับเบยยย

คิดว่าคนที่ชอบ น่าจะเป็นคนที่เคยสอน หรือไม่ก็คนที่มีปมบางอย่าง

ปมที่ครูสองบอก...

"อย่างน้อย เราก็เป็นศิษย์โรงเรียนเดียวกันนะครับครูแอน ..."

สอง ... ถูกทิ้งวิทยา

หนังเรื่องนี้ไปฉายที่ญี่ปุ่นเดือน พ.ค. 59 ที่ผ่านมานี้เอง ชอบโปสเตอร์เวอร์ชั่นนี้ด้วย




The Lunchbox 

แรงดึงดูดเดียวที่ลากเข้าไปดูคือ โปสเตอร์ที่เห็น ณ วันสงกรานต์
หน้าลิโด้ ถึงกับเดินย้อนกลับมาอ่านเลย





เรื่องนี้สงสารนางเอกมาก...คือความรู้สึกมันค่อยๆ ปูมาเรื่อยๆ ว่าโดนหักหลัง
แต่พยายามเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไร
พยายามทำทุกอย่างที่จะทำให้ความสัมพันธ์เป็นเหมือนเดิม
จังหวะที่รู้นี่....น๊อค หดหู่มากๆ ตามด้วยฉากที่พ่อนางเอกตาย แล้วแม่นางเอกบอกว่า หิว...

มันสื่อได้มากๆ ว่าเธอจะอยู่ไปทำไมใช้ชีวิตแบบนั้น? อยู่เพื่ออะไร?
ความหวังมีนิดเดียวจริงๆ คือการได้ไปอยู่ภูฎาน

พระเอกก็นะ...คือเพราะพลั้ง? เอาสนุก? เลยเขียนไปว่า ไปด้วย??
แต่จริงๆ แล้วตอนที่เค้านัดกัน ก็รู้สึกว่า อย่าให้เจอกันเลย
ภาพนางเอกในใจของเราที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด*รุนแรง* จะหายไป
(จริงๆ เธอก็ปล่อยใจไปเยอะแล้วแหละ นับว่าผิดโขอยู่
คือเราคิดว่า นางเอกยังไม่ได้หย่าหรือแยกกันอย่างเป็นทางการอ่ะ
มันคือยังผิดอยู่นะเราว่า)

แล้วก็ไม่เจอกันจริงๆ ค่อยยังชั่วหน่อย

(จริงๆ แล้วพระเอกเจอ...แต่หลบนางเอก สรุปเป็นการเจอข้างเดียว)

ชอบตอนจบ...ปลายเปิดดี เรื่องมันบังเอิญตั้งแต่แรก ก็เป็นเรื่องดีที่จะไม่ยัดเยียดตอนจบให้คนดู

พระเอกจะเจอนางเอกมั้ย...ก็ไม่รู้สินะ

ว่าแล้วก็สงสารทั้งสองคน ---เราไว้ใจความเหงาไม่ได้หรอก---
มันเป็นบ่อเกิดของการผิดศีลข้อ 3

แต่เราเอาใจช่วยทุกคู่นะ ให้ลงเอยกันด้วยดี

อย่างที่นางเอกบอกในตอนสุดท้าย

Maybe the wrong train can take you to the right station.