Showing posts with label travelling. Show all posts
Showing posts with label travelling. Show all posts
Deliberate Travel : ละเลียดเดินทาง 555 หรือการท่องเที่ยวแบบใส่ใจในวัยเกษียณ

เคยอ่านเรื่อง Future Economy กันมั้ยคะ โลกเรา โดยเฉพาะประเทศไทยและประเทศที่พัฒนาแล้วอีกหลายประเทศ กำลังเข้าสู่ยุคของประชากรสูงวัยอย่างเต็มภาคภูมิ น่าภูมิใจมากกก

มีผลการศึกษาของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (2549) ได้ฉายภาพไว้ว่า ในปี 2558 ซึ่งก็คือปีนี้ ประเทศไทยจะมีประชากรรวม 64.6 ล้านคน ต้องรอดูตัวเลขในเดือนมีนาคม ว่าจะมากกว่าหรือไม่ ซึ่งหากน้อยกว่าแล้วละก็ หมายความว่า...อัตราการเกิดของเราน้อยกว่าตัวเลขที่ประมาณการไว้เสียอีก ! (ธ.ค. 2557 ไทยมีประชากรที่สัญชาติไทยและมีชื่อในทะเบียนบ้าน 63.95 ล้านคน)

แล้วตอนนี้ ณ ธ.ค. 2557 โครงสร้างของประชากรเป็นอย่างไร?

  • เด็ก (ต่ำกว่า 15 ปี)       >> 11.70 ล้านคน >> 18.29 %
  • วัยแรงงาน (15-59ปี)    >> 43.14 ล้านคน >> 67.46 %
  • ผู้สูงอายุ (60++ปี)        >>   9.11 ล้านคน >> 14.25 %

เราแอบทึ่งผลประมาณการที่ใกล้เคียงมาก เพราะข้อมูล ณ ปี 2548 บอกว่าปี 2558 โครงสร้างประชากรไทย วัยเด็ก : วัยแรงงาน : ผู้สูงอายุ จะเป็น 19.00% : 67.00% : 14.00%

นอกจากนี้ ยังมีตัวบ่งชี้อีกสองตัวที่สำคัญ คือ ดัชนีผู้สูงอายุ (สัดส่วนของผู้สูงอายุ / เด็ก 100 คน) และ อัตราส่วนพึ่งพิง (วัยเด็ก - ผู้สูงอายุ หรือจำนวนประชากรวัยเด็ก-ผู้สูงอายุต่อประชากรวัยทำงาน 100 คน)

  • ดัชนีผู้สูงอายุ               >> 73.4  (ปี 2558)  และ 174.4 (ปี 2578....ซึ่งในปีนั้นเรา 59 แล้ว!)   
  • อัตราส่วนพึ่งพิง           >> 49.3 เป็น เด็ก 28.4 ผู้สูงอายุ 20.9 (ปี 2558) และ
                                             65.2 เป็น เด็ก 23.7 ผู้สูงอายุ 41.4 (ปี 2578)  

ถามว่าเราจะเอาแรงงานมาจากไหนในอีก 20 ปีข้างหน้าที่ผู้สูงอายุมีมากขนาดนั้น ... ไม่ต้องห่วงค่ะ ประเทศข้างบ้านพวกเราล้วนเป็นแหล่งแรงงานชั้นดี ล้วนเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดสูง ไปไหนมาไหนเจอแต่วัยรุ่น

แล้วก็ไม่ต้องกลัวแปลกแยกไป เพราะภาพคร่าวๆ ของทั่วโลก พบว่า กลุ่ม Baby Boomer ที่เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุด รวมกับคนยุคสงครามแบบพ่อของเราด้วยแล้วจะเป็นประชากรกว่า 1/3 เลยทีเดียว

ทีนี้จะเกิดอะไรขึ้น คนกลุ่มนี้ไม่น้อยหรืออาจจะเป็นส่วนใหญ่ จะมีกิจกรรมที่ active มากกว่ายุคก่อนๆ เพราะผ่านยุคทำงานหนัก แต่ยังรู้สึกว่า ถ้าไม่ทำงานสภาพร่างกายจะแย่ลง นอกจากนี้ การที่สามารถรักษาไลฟ์สไตล์ในอดีตไว้ได้บางครั้งก็เป็นตัวชี้วัดถึง "การมีชีวิต" อย่างหนึ่งด้วย

แต่จริงๆ แล้ว เราจะทำงานได้จนถึงอายุเท่าไร? เราจะเที่ยวได้จนถึงอายุเท่าไร?

Well traveled ของเราก็คือครั้งนั้น ครั้งที่เราพาบิดาวัย 70 ไปเที่ยวภูกระดึง 
กว่าจะมายืนได้ขนาดนี้ ของทั้งหมดเก๊าะให้ "ลูก" หาบให้คร๊าบบบ แต่พ่อก็ทำให้เรามาเยอะแล้วนิเนอะ ^^

พ่อมักจะพูดให้ได้ยินเสมอว่า อยากไปเที่ยวภูกระดึง แต่คือหาคนไปด้วยไม่ได้นั่นแหละค่ะ เลยอยากให้ลูกพาไป วันนั้นลูกกะว่าจะหนีเที่ยวซะหน่อย อุตส่าห์บอกซะใกล้เที่ยงคืน ฉุกละหุกขนาดนั้น แต่..."พ่อไปด้วยสิ" 555+ อ่ะ ไปก็ไป!

ไปฉุกละหุกอย่างนี้ แน่นอนว่าต้องมีความไม่สะดวกเกิดขึ้นหลายอย่าง ดีว่าพ่อเราอึด! ขั้นแรกคือเหนื่อยเพราะต้องปรับสภาพกับที่สูง ต่อมาคือร้อนและเหนื่อยเพราะอุปกรณ์ติดตัว จนเราต้องรับมาแบกไว้ทั้งหมด ไม่เคยเห็นพ่อเหนื่อยขนาดนั้นเลยอ่ะ

ที่ 800 เมตร เราโดนเพื่อนรุมอย่างหนักว่าเอาพ่อไปทรมาน T_T

พอไปถึงก็พบว่า ประชากรผู้สูงวัย 6-70 เป็นกลุ่มที่มีไม่มากค่ะ แต่ก็มีนะ เพราะตอนแรกพ่อก็เหนื่อย และทำท่าเหนื่อย แต่พอขึ้นไปเจอคนที่สวนทางกันพ่อเราฮึดขึ้นมาเลยเชียว ^^ ขาขึ้น เจอคนที่อายุใกล้เคียงค่ะ แต่ส่วนใหญ่น้อยกว่า พ่อจะมีความสุขมากเวลาบอกคนที่ถามว่าอายุ 70 แล้ว 555 ยิ่งไปข้างบน เราก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นว่ามีผู้สูงวัยหลายท่านขึ้นมาก่อนแล้ว ... ท่านให้ลูกหาบหามขึ้นมาค่ะ แต่ก็เป็นความพยายามจนขึ้นได้นะคะ เห็นมั้ย...เรื่องเที่ยวไม่จำกัดอายุสักหน่อย


ขาลงเจอผู้สูงวัยอีกชุด ซึ่งเป็นแม่กับลูกสาว ผู้เป็นแม่อายุ 71 แล้ว พ่อเราเลยฮึดขึ้นมาอีก! แล้วก็ก้มมองรองเท้า...เค้าพร้อมเนอะ (แหงล่ะพ่อ -_-") เลยมีการเปลี่ยนรองเท้ากันขึ้น จริงๆ แล้ว converse มันไม่ใช่รองเท้าที่ดีเลยนะสำหรับการขึ้นเขา เราเข็ดเหมือนกัน แต่ก็ยังดีกว่ารองเท้าหนังของพ่อแหละค่ะ

สองแม่ลูกที่เจอกันตอนขาลง คุณแม่ด้านขวาสุดอายุ 71 ปีแล้วค่ะ ทั้งสองท่านมาจากนครศรีธรรมราช
ของที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผู้สูงวัยเวลาเดินทางขึ้นเขาแบบนี้ น้ำมันเหลืองสารพัดประโยชน์

รองเท้าเป็นสิ่งสำคัญมากเวลาขึ้นเขานะคะ ยิ่งช่วงลงเขา เข่าต้องรับแรงกระแทกมากต้องมีการเตรียมร่างกายที่ดีกว่านี้สำหรับเราและพ่อ (เราเป็นหนึ่งเสียงที่ไม่สนับสนุนการทำกระเช้านะคะ บรรยากาศแบบนี้จะหายไปทันที)


พอถึงข้างบนก็สบายแล้วค่ะ เดินตัวปลิวอย่างที่เห็นในภาพล่างซ้าย ด้านขวาคือการเดินเที่ยวในจุดต่างๆ เดินกันมันส์มาก ดีที่พ่อเราเป็นคนชอบเดิน และด้วยความที่เป็นครูสอนลูกเสือด้วย ก็จะมีจุดสังเกตโน่นนี่นั่นให้เราดูได้เรื่อยๆ เราถามพ่อบ้าง พ่อถามเราบ้าง ถามเพื่อนเราบ้าง สนุกดีค่ะ คือบางทีพ่อก็คุยจนเลยเถิด คุยกับคนอื่นจนลืมลูกไปเลยก็มีค่ะ -_-"


แต่ข้อดีของการช่างคุยก็คือ การได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทาง หรือแม้แต่คนในพื้นที่ค่ะ ^^

รถแต๊ก ทุ่นแรงเราไปได้โข ^^

ยอมใครที่ไหนนายแบบของเรา ^^ แย่งถ่ายรูปกับเด็กๆ เค้าล่ะ
มาดูสภาพที่พักและที่กินข้างบนภูบ้างนะคะ สะดวกสบายมาก มีอุปกรณ์พักแรมให้เช่า และมีเยอะเพียงพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลในวันหยุดเทศกาลด้วย ที่ไม่สบายนิดหน่อยเห็นจะเป็นห้องน้ำ เพราะแถวยาว โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าดีสุดๆ แล้วนะคะ การเลือกพักขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่านค่ะ
พักเต้นท์คูลๆ ค่ะ มีน้องกวาง น้องหมาแวะมาเยี่ยมเยียนด้วย ^^
ข้างบนอุณหภูมิประมาณ 11 องศาค่ะ ผู้สูงอายุร่างกายจะหนาวง่าย ต้องเตรียมเครื่องกันหนาวไปเยอะหน่อยนะคะ พ่อเราพอทาน้ำมันเหลืองก็จะหนาวยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ 555+
อาหารมีให้เลือกแบบง่ายๆ ร้อนๆ ไม่ลำบากสำหรับผู้สูงอายุเลยค่ะ ราคาสูงกว่าภาคพื้น แต่ถ้าเห็นการหาบของลูกหาบแล้ว จ่ายเถอะค่ะ เป็นการกระจายรายได้อย่างหนึ่ง 


พ่อสนุกสนานมากมายกับการท่องเที่ยวครั้งนั้นค่ะ อาจจะเป็นเพราะยังมีแรงอยู่มากก็ได้ เพราะหลังจากนั้น 5 ปี พ่อเราก็แข็งแรงน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เริ่มอยากเที่ยวแต่อะไรที่ไม่ต้องปีนแล้ว ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะยังปีนบันไดตัดต้นไม้อยู่ก็ตาม

มิตรภาพระหว่างทาง ก่อนที่จะลงมารักษาตัวข้างล่างค่ะ ^^
ขอบคุณเพื่อนนกมากมาย สำหรับการท่องเที่ยวสุดประทับใจของเราในครั้งนั้นนะ ^^

เราเชื่อว่า ผู้สูงวัยหลายท่านที่มีเวลาว่าง และมีสตางค์มากพอที่จะท่องเที่ยว สามารถที่จะเลือกเที่ยวได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนนะคะ ณ ตอนนี้ เรามีเพื่อนใน old charm gang (อายุ 60) ที่ต้องการพาคุณแม่วัย 80++ ไปเที่ยวด้วยเหมือนกัน แต่มีข้อจำกัดคือ คุณแม่ไม่ค่อยแข็งแรงและต้องใช้รถเข็น ซึ่งในกรณีนี้อาจจะต้องตรวจสอบข้อจำกัดและสิ่งอำนวยความสะดวกของสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักไปก่อนค่ะ

  • เรื่องที่พัก   

หากไม่มีข้อจำกัดด้านร่างกายและสามารถเดินทางได้ โดยไม่ต้องใช้รถเข็น เราสามารถเที่ยวกันได้จนถึงอายุ 7-80 โน่นเลยทีเดียว (จะบอก 90 ก็เกรงใจนะ) อาจมีข้อแม้คือต้องไม่ใช้ bunk bed และห้องน้ำรวม เพราะการเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนมันลำบาก ดังนั้น hostel แบบที่เราชอบคงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก (แต่ถ้าพ่อแม่ชอบก็จัดนะคะ เพราะบางท่านอาจจะชอบอะไรลุยๆ เล็กๆ เต้นท์ก็สนุกดีปูฟูกหนาๆ อืมมมม) ลองดูกระทู้นี้ได้ แม่ผมเกษียณไปเป็น Backpacker 

สำหรับที่พัก เท่าที่เราดูมาแต่ละที่เราว่าไม่ลำบากเลยสำหรับอายุ 6-7 ที่ยังแข็งแรง ถ้าที่พักไม่สูงนักหรือมีลิฟต์สำหรับขนของ อาหารส่วนใหญ่มีอาหารอ่อนและย่อยง่ายให้อยู่แล้ว อาจจะลำบากนิดหน่อยเรื่องหยูกยาและสถานพยาบาล ก็คงจะต้องเตรียมดูไว้บ้างเผื่อกรณีฉุกเฉิน เพราะที่พักหลายแห่งคงไม่ได้คิดเผื่อไว้สำหรับกรณีนี้ พนักงานอาจจะช๊อกและโกลาหลได้

  • สถานที่เที่ยว

สถานที่เที่ยวที่แนะนำสำหรับผู้สูงวัยน่าจะไม่พ้นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การชื่นชมธรรมชาติ ชื่นชมสถาปัตยกรรม Display ร้านค้าต่างๆ ทั้งที่เป็นห้างร้านและในตลาด (เกี่ยวมั้ย?) และเนื่องจากกิจกรรมโลดโผน ติ๊ดชึ่ง เหล้ายาปลาปิ้ง หรือการเมาหัวราน้ำจะลดปริมาณความหนักลง (ไม่รวมกลุ่มที่ +/- 3 SD นะคะ) วัยนี้จะหันมาชื่นชมรายละเอียดของสิ่งต่างๆ ที่ไปมากกว่าวัยอื่นๆ เราขอใช้คำว่า Deliberate Travel นะ คือค่อยๆ ดู ค่อยๆ ละเลียดความรู้สึกจากการรับสัมผัสทั้งหมดเข้าไปข้างใน

ดังนั้น  อุปกรณ์ถ่ายภาพ อุปกรณ์สำหรับบันทึกการเดินทาง และเครื่องมือในการหาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (ต๊ายยย เราก็ไม่ต่างกัน LoL) เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดหรือถ้าไปหาตามแหล่งท่องเที่ยวได้จะดีมาก :P ขี้เกียจพก (พ่อเราใช้วิธีถามแล้วก็เดินดูจากป้ายตามนิสัย ทำเอาจอยอึ้งมาแล้ว ตอนนี้เราสบายขึ้นมากเลยที่มี google image search แชะแล้วรู้เลย ^^)  

หรือไม่กิจกรรมยอดนิยมอีกกิจกรรม ก็อาจจะต้องการห้องหับที่บรรยากาศดีๆ เพื่อล้อมวง... LOL

  • กิจกรรม

ต่อไปอาจจะมี Trend ใหม่ก็ได้นะ อาจจะเป็นพวกท่องเที่ยวกึ่งอาสา (ตอนนี้มีแล้วนะคะ เป็นไซต์ของนักข่าวอเมริกันท่านหนึ่ง) เป็นความชอบส่วนตัวของเราด้วย ^^ เพราะบางทีคนเราอายุมากขึ้นก็อาจจะอยากรู้สึกแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์และความสามารถของตัวเองให้กับคนที่ต้องการ แต่...พอดูโครงสร้างประชากรข้างต้นแล้ว การแบ่งปันประสบการณ์น่าจะเป็นกับคนต่างวัฒนธรรมมากกว่าคนต่างรุ่น ... เพราะเราเริ่มเหลือคนต่างรุ่นให้แบ่งปันน้อยลงแล้ว  อีกกิจกรรมหนึ่งที่อาจจะฮิตก็แคมป์เวชศาสตร์ชะลอวัย LoL 

   
แล้วโลกในอนาคตของเราจะเป็นยังไง?? 

ในเมื่อบางที แก่แล้วก็ใช้เงินของตัวเองไม่ได้ ถูกพวกรุ่นหลังๆ หลอกบ้าง โกงบ้าง บางทีมีเงินก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ฯลฯ อย่าหวังมากนักว่าลูกหลานจะดูแล เพราะเขาก็มีชีวิตของเขา แล้วอะไรคือความหมายของการมีชีวิตอยู่ในช่วงหลัง 70?

จริงๆ แล้วจุดมุ่งหมายในการมีชีวิตอยู่...ยาวนานขนาดนั้น เพื่ออะไรกันแน่นะ?



   


POD Hostel, Victory Monument BKK
ความเห็นส่วนตัว ให้ 2 เต็ม 5 อาจเป็นเพราะว่าเปิดมานานแล้ว มีหลายจุดที่เสียหาย ไม่เรียบร้อย และยังไม่ได้ซ่อมแซม มันทำให้รู้สึกว่า...อืม..ซ่อมบ้างไรบ้างสิ แต่ถ่ายรูปมาสวยนะ
Oberry Resort @ Ekkamai 7


[ล่าสุด ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เพิ่งตีประเด็นในเรื่องของการเก็บเงินค่าบำรุงการท่องเที่ยวบริเวณอุทยานแห่งชาติทางทะเล โดยเฉพาะบริเวณเกาะพีพีและอ่าวพังงา ติดตามได้ที่เพจ ดร.ธรณ์ ค่ะ]

เราเองเพิ่งไปแวะเกาะพีพีกับครอบครัว พีพีดอนเป็นเกาะที่มีจุดชมวิวสวยติดอันดับต้นๆ ของโลก
ซึ่งในวันนั้นด้วยเวลาอันจำกัด เราก็ไม่ได้ไปดู -_-"
แต่ทันทีที่เราขึ้นถึงพีพีดอน และจริงๆ ก็คงเป็นเหมือนทุกๆ เกาะที่เปิดให้ท่องเที่ยว
เราเห็น "การพัฒนา" มากมาย ที่เกิดขึ้นบนนั้น 
มุมมองและผลประโยชน์ที่ต้องการซึ่งไม่ตรงกัน 
ทำให้เราเรียกมันว่า "การทำลาย" เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

ยานพาหนะที่พาเราไปถึงจุดหมาย แต่ก็ทำให้หาด (ที่ไม่ใช่จุดท่องเที่ยวหรอกนะ) สกปรกจนน่าจะทำให้คนที่สัมผัส คัน หรือจนกระทั่งปวดแสบปวดร้อน

ป้ายโครงการพัฒนาภูมิทัศน์ของเกาะที่ระบุว่ามีมูลค่าประมาณ 10 ล้านเศษ หมายรวมถึงทางเดินและประติมากรรมอย่างที่เห็น...
สำหรับเรา มันเป็นตัวทำลายความงดงามของธรรมชาติมากกว่า
จริงอยู่ว่าคนที่ไปเที่ยว ไม่ได้มีแค่คนแบบเราที่ต้องการอะไรที่มันกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ชัดเจน เพราะเราคิดว่าเรามาเสพ "ความงามตามธรรมชาติ" มากกว่า "ความงามที่มนุษย์สร้างขึ้น"
ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลัง เราคงเลือกที่จะอยู่ในเมืองแทน

แต่เรามองแบบนั้นก็ไม่ถูก เพราะยังมีอีกหลายกลุ่มที่เขาเลือกเสพคนละสิ่งกับเรา
จึงไม่ถูกต้องที่เราจะไปว่าคนอื่นนัก

จริงๆ แล้วถ้าเราเดินไปถึงจุดชมวิว ... เราคงได้เห็น "ความงามที่ธรรมชาติสร้าง" ที่มนุษย์ไม่มีวันทำให้เป็นแบบนั้นได้ แต่เพราะเราเดินไปไม่ถึง ด้วยข้อจำกัดที่เรามี เราจึงเห็นแต่ "สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น" เท่านั้น ตามภาพ



เหมือนกับปลายปี 2013 ที่เราไปปฏิบัติธรรมที่ลำพูน ... แล้วแวะไปซื้อโรตีที่นิมมานซอย 3 เราสลดใจมาก...
ที่เห็นว่า นิมมานกลายเป็นเหมือนผู้หญิงที่ถูกรุมโทรม
เธอเปลี่ยนไปมากจาก ปลายปี 2010 ที่ตอนนั้นแสนจะสดใส...นี่ขนาดเป็นชุมชนเมืองนะ
แล้วอุทยานแห่งชาติหลายๆ แห่งจะเป็นอย่างไร?

เราเคยคุยกับพี่ๆ เกษตร ซึ่งทำให้จุกมาก...เพราะพี่ๆ ให้เหตุผลว่า ทันทีที่ไม่สนับสนุนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและปลูกตามๆ กัน เกษตรกรทั้งหลายก็จะบอกว่า จะไปขัดขวางไม่ให้เขารวยเหรอ? เขาก็อยากรวย อยากส่งลูกเรียน M (BA) เหมือนกับทุกๆ คน นั่นแหละ...#การท่องเที่ยวก็เช่นกัน

เราไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา...เราไม่ได้คิดว่าการกระตุกให้คิดเรื่องนี้จะเป็นเรื่องการ "ไม่อยากให้ชาวบ้านเจริญ" และเราก็ไม่ได้เชื่อในการทำงานของ NGO ระดับโลกบางแห่ง ... แต่เราเชื่อว่ามีวิธีการพัฒนาที่ยังคงรักษาความงดงามตามธรรมชาติไว้ได้อย่างสมดุลด้วย เพียงแค่เลิกอ้างว่างบไม่พอ แล้วขอให้พยายามคิด มันมีวิธีการอยู่แล้ว และหลายที่เขาก็ทำได้ดี

แต่ให้เราไป "อยู่และดำรงชีวิตแบบธรรมชาติ" จริงๆ เราก็คงอยู่ไม่ได้หรอกนะ
ยังไงเราก็ยังมีความเป็น "คนเมือง" สูงอยู่ดี






ที่พักน่ารักแนว Fancy ที่หาดทรายรี ชุมพร Staff (น้องเปิ้ล+คุณแม่+เจ้าคิ้วบ์ สต๊าฟสี่ขา) น่ารักมากกก ดูแลแขกที่พักดีสุดๆ ราคาไม่แรง มองเห็นหาดทรายรีและเดินเล่นได้ชิลล์ๆ

จุดแข็งของที่นี่คือติดหาดทรายรีและใกล้ศาลกรมหลวงมากๆ ค่ะ เดินถึง ร้านอาหารหาได้ไม่ยากนัก เราว่าทำเลดีกว่า Novotel นะคะ เพราะอันนั้นอยู่ไกลหาดมากกว่า และมีลูกเล่นเยอะกว่าค่ะ Novotel เค้า business อ่ะเนอะ จุดเด่นคืออาหาร 555+ (เดี๋ยวไปหารูปเก่าๆ มาเพิ่มแล้วกันนะ)

ราคา : ห้องเล็ก 2,000 บาท พักได้ไม่เกิน 3 คน มีหลายรูปแบบค่ะ วันที่ไปพักได้ห้องชื่อ polka dot ธีมการแต่งห้องก็จะชัดเจนตามชื่อเลย 
ห้องขนาดใหญ่ 4,000-4,400 บาท ที่มีห้องเล็กในนั้นอีก 2 ห้อง ห้องน้ำ 1 ห้อง ลักษณะจะเป็นการนำห้องแถวหนึ่งคูหามาจัดเป็นห้องแฟมิลี่ค่ะ  

น้องเปิ้ลบอกว่า ช่วง High season ที่พักเต็มตลอด จองยากนิดนึง แต่ช่วง low season ที่พักจะว่างเสมอค่ะ เหมาะกับครอบครัว หรือเดอะแกงค์ที่โหยหาที่พักบรรยากาศดีๆ ริมทะเล Theme หลักเป็นปราสาททราย และห้องพักแบบต่างๆ แตกต่างกัน ที่น้องเปิ้ลบอกว่า จะอัพเดตมุมเก๋ๆ ไว้รับแขกต่อไปค่ะ  

ตัวอย่างภาพตามมุมที่พอจะถ่ายได้นะคะ 
(คืออายอ่ะ ภาพไม่ค่อยสวย เพราะเป็นภาพคนซะเยอะ ^^" จะไม่ลงก็เกรงใจคน search เข้ามาเจอ) 

นี่ขนาดอาย 555+ 
หน้ากากอัศวิน วิธีใช้ตามที่เห็นในภาพด้านบน ด้านซ้ายคือ pantry แบบ Fancy
ถ้าหมอนเป็นรูปไพ่นะ คิดว่าตัวเองเป็นอลิซเบย

กุญแจห้องเก๋ๆ

กุญแจห้องค่ะ น้องเปิ้ลบอกว่า จะสวยมากถ้าเรียงรายครบถ้วนอยู่บนประตูที่หนักมากกก นั้น

เบื้องหลังความสะดวกสบายที่เราได้รับคือสองคนนี้ ^^


มุมมองจากชายหาดข้างบนเป็นดาดฟ้าเดินเล่นได้ มีมุมถ่ายรูป ^^

มองจากด้านบน สวนตกแต่งเป็นกำแพงปราสาท จัดเป็นมุมรับประทานอาหารค่ะ ^^


Family Room ที่ใช้ตึกแถว 1 คูหามาดัดแปลง

ประตูหนักมากกกก บอกเลย ถ้าจะออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนเวลาเปิด

น้องเปิ้ลที่ถูกคุณแม่ (ผู้ต้องการให้ลูกสาวกลับบ้าน) สร้างงานไว้ให้ดูแล
เหมือนใครก็ไม่รู้เนอะ ^^

มุม chic ใครๆ ก็ต้องมาแชะที่มุมนี้ ^^
เราพักห้องที่ป้ายสีม่วง ชื่อ Polka Dot ค่ะ


ไม่ได้พักห้องนี้หรอกค่ะ แต่หน้าห้องสีสวยดี เลยขอแชะสักหน่อย

ภายในห้องพัก เตียงนอนดูดวิญญาณมาก
น้องเปิ้ลบอกว่าตอนเลือกนี่ต้องลงไปนอนกลิ้งๆ ก่อนว่าอันไหนนอนสบายสุด
สามภาพบนเป็นภาพภายในห้อง Polka Dot ค่ะ ม่านชัดมาก ^^
โทนสีภายในเป็นขาว-ดำ-ไม้ มีเจ็บๆ สองจุดคือ ประตูทางเข้าและห้องน้ำค่ะ
ล่างสุดเป็นภายในห้อง Family Room ค่ะ


ภายในห้อง Family Room มีห้องนอนย่อย 2 ห้อง ห้องน้ำ 1 ห้อง อยู่ด้านล่างค่ะ

มุมรับประทานอาหารค่ะ เก๋เนอะ สวยมากกกก ชอบๆ 


ซ้ายบนเป็นทางขึ้นดาดฟ้ากับนางแบบของเราค่ะ ขวาบนถ่ายตอนพระอาทิตย์ขึ้น
ด้านล่างคือบริเวณ Front ก่อนเข้าห้องรับประทานอาหารค่ะ


หาดทรายรี...ณ หน้าที่พักเลยค่ะ เป็นหาดที่สวยและสงบ ถึงมีคนบ้างแต่ก็เป็นส่วนตัวดีค่ะ


ขอบคุณน้องเปิ้ลนะคะ ประทับใจในอัธยาศัยสุดๆ อธิบายทุกอย่างเลย ^^
ในภาพกำลังแนะนำร้านอาหารค่ะ น่ารักจริงๆ ใครผ่านไปถึงชุมพร อย่าลืมแวะไปพักนะคะ